1.DKNY Golden Delicious Million Dollar Fragrance Bottle ราคาประมาณ 36 ล้านบาท/ขวด
          น้ำหอมตัวนี้เปิดตัวในปี 2011 เผยโฉมออกมาในรูปแอปเปิ้ลผลทอง ซึ่งทาง DKNY จับมือกับแบรนด์เครื่องประดับหรู Martin Katz ออกแบบขวดสุดแสนจะไฮโซนี้ ตกแต่งด้วยพลอยขาว ทองคำ อย่างงดงาม นอกจากกลิ่นหอมรัญจวนใจ


2. Clive Christian’s Imperial Majesty ราคาประมาณ 6.5 ล้านบาท/ขวด
          มี 16.9 ออนซ์ น้ำหอมรุ่นนี้ เค้าขายแค่ 5 ขวด/ปี เท่านั้น ขวดประดับด้วย ทอง 18 กะรัต กับเพชรอีก 5 กะรัต(น่าจะแพงเพราะขวด ฮ่าๆๆ ) Imperial Majesty สกัดจากวนิลาคุณภาพดีที่สุดในโลก พันธุ์ตาฮิเตียน และชะเอมจากอิตาลี ผสมกับดอกไม้ป่าต่างๆ เช่น ดอกกะดังงา ดอก rosa centafolis และดอกกุหลาบ เมื่อฉีดแล้วจึงรู้สึกหอมหวานและสดชื่น


3.Baccarat Perfume Bottle Les Larmes Sacrées de Thebes ราคาประมาณ 204,000 บาท/ขวด
          มีกลิ่นหอมที่พิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สกัดจากยางไม้จากต้นเทียน, ยางสน, มัสค์, ต้นจันทร์เทศ, ดอกกระดังงา, ดอกมะลิ และดอกเจราเนี่ยม บรรจุในขวดคริสตัลทรงพีระมิด


4.Chanel Grand Extrait ราคา 138,000 บาท/ออนซ์
          ถูกคิดค้นเมื่อปี ค.ศ. 1921 โดย Ernest Beaux ตามคำสั่งของ Coco Chanel ที่อยากได้น้ำหอมกลิ่นพิเศษ ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ ทำให้ช่างทำน้ำหอมเลือกสรรวัตถุดิบที่คุณภาพดีที่สุด เช่น ดอกกระดังงา, ดอกกุหลาบพันธุ์ de Mai, และดอกมะลิจากเมืองกราส์


5.Clive Christian No. 1 ราคา 70,000 บาท/ออนซ์
          ท็อปโน้ตกลิ่นจากใบไทม์, ใบกระวาน, ต้นจันทร์เทศจากซิซิลี, มะนาว และมะกรูด, ฮาร์ตโน้ตจากดอกกระดิ่งลม, ดอกกุหลาบ, ดอกมะลิ, ดอกกระดังงา และดอก heliotrope และเบสโน้ตจากกลิ่นหญ้าแฝก, วนิลา, ไม้สนซีดาร์ และอื่นๆ อีกมากมาย บรรจุภัณฑ์เป็นขวดแก้วคริสตัล ปากขวดประดับด้วยทองคำ 24K และเงิน ทำให้มีราคาสูงถึง 70,000 บาท/ออนซ์